ผู้ร้องขอตัดต้นจามจุรีอายุ 50 ปี ขอโทษสังคม-หวังจะเข้าใจ รากโผล่พื้นอันตราย


              จากกรณีสำนักงานเขตจตุจักร กทม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและดูแลสวนสาธารณะเข้าตัดต้นจามจุรีอายุเก่าแก่ บริเวณข้างทางติดกับถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ทีมข่าวอมรินทร์ลงพื้นที่บริเวณป้ายรถประจำทาง ด้านหน้าอาคารพาณิชย์ ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ปล่อยเช่าและมีลานกว้างสำหรับให้เช่าจอดรถติดอยู่ด้านข้างตึก พบว่าจุดดังกล่าวพบเพียงเศษใบไม้ เปลือกไม้ที่ทิ้งไว้เพียงบางส่วน และมีตอไม้ขนาดใหญ่อยู่ขนาดประมาณ 2 คนโอบ เส้นผ่านศูนย์กลาง 50 นิ้ว สูงประมาณ 170 เซนติเมตรทิ้งเอาไว้และพื้นที่ติดกับป้ายรถเมล์ พบว่ายกสูงขึ้นมาทำให้พื้นแตกร้าว เนื่องจากรากของต้นจามจุรีโตและดันขึ้นมาจากใต้ดิน ส่วนฝั่งในรั้วเอกชนนั้นพบว่าพื้นมีทั้งยุบตัว ยกตัว บางจุดแผ่นพื้นปูนซีเมนต์แตกยกตัว อีกทั้งบางจุดสังเกตได้ว่า รากของต้นจามจุรีพาดยาวเข้าไปบริเวณตัวอาคารพาณิชย์ น.ส.พร (นามสมมติ) เอกชนเจ้าของพื้นที่ บอกว่า หลังจากต้นไม้เริ่มเติบโต มีรากยกสูงขึ้น ทำให้ตัวบ้านมีปัญหาพื้นทรุด แผ่นปูนยกตัวและเคยมีกิ่งไม้หักหล่นทับรถและทรัพย์สินหลายอย่าง ทำให้ตนเองตัดสินใจทำหนังสือไปที่สำนักงานเขตฯ เพื่อขอให้เข้ามาดูแลต้นไม้ เพราะอยู่กึ่งกลางระหว่างความรับผิดชอบร่วม ตนเองไม่สามารถตัดสินใจดำเนินการแก้ไขได้ด้วยตัวเอง จนกระทั่งสำนักงานเขตฯ ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลและร่วมหาทางออกโดยการตัดโค่น เพราะไม่สามารถย้ายออกไปได้ ส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจและเสียดาย แต่แนวทางแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้กระทบต่อหลายอย่างจึงมีความจำเป็น พร้อมกับขอโทษสังคมที่ต้องทำแบบนั้น อยากให้ทุกคนมองว่า ทรัพย์สินของใคร ใครก็รักนอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่บอกความรู้สึกหลังต้นไม้ถูกตัดว่า ตนเองเห็นต้นไม้ต้นนี้มานานแล้ว เพราะต้องเดินมาขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์แห่งนี้เป็นประจำ เวลามาก็จะได้รับความร่มรื่นจากร่มเงา แต่วันนี้เมื่อมองออกไปโล่งเพราะต้นไม้โดนตัดไปแล้ว ตนเองก็ไม่รู้ว่าช่วงกลางวันถ้าหากมีแสงแดดแรงจะเป็นอย่างไร จะร้อนแค่ไหน ส่วนตัวจึงรู้สึกเสียใจที่ต้นไม้มีอายุต้องถูกตัดออกไป หากเป็นไปได้ไม่อยากให้ตัด ให้ใช้วิธีแต่งกิ่งน่าจะดีกว่า แต่อีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงเจ้าของบ้านและเห็นใจ เพราะรากไม้เข้าไปทำให้บ้านเสียหาย ชาวบ้านยังเปิดเผยด้วยว่า เดิมพื้นทางเดินริมทางก็เป็นปกติ ชาวบ้านเดินไปมาไม่มีปัญหาอะไร แต่พอต้นไม้เริ่มโต ก็มีปัญหาทำให้พื้นทางไม่เท่ากัน บางครั้งตนเองสะดุดหกล้ม ยิ่งช่วงฝนตกตรงพื้นที่ลาดเอียง ก็จะทำให้ลื่นมากกว่าเดิม เคยเห็นชาวบ้านหลายคนหกล้ม ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานเขตฯ มาตัดออกไปแล้ว ก็มองได้ 2 มุม ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี แต่ในเมื่อตัดออกไปแล้วก็ควรปรับภูมิทัศน์ ทำให้พื้นกลับมาเหมือนเดิม

ทางด้าน นายปกครอง พลเมือง ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ชี้แจงว่า สำนักงานเขตฯ ได้รับการร้องเรียนมาจากผู้ได้รับความเสียหาย 3 ครั้ง โดยทำหนังสือส่งมาครั้งแรกเมื่อ เดือนกันยายน 2560 และครั้งที่ 2 เดือนธันวาคม 2560 ร้องให้สำนักงานเขตฯ เข้าไปแก้ไขปัญหาและเคลื่อนย้ายต้นไม้ที่กำลังสร้างความเสียหายให้กับอาคารพาณิชย์ ซึ่งต้นไม้อยู่ในความรับผิดชอบร่วม จนกระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ร้องได้ส่งหนังสือมาอีกครั้ง ทำให้สำนักงานเขตฯ ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ หากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่ดำเนินการตามคำร้อง ก็จะมีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา ผู้อำนวยการเขตฯ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาดูความเหมาะสมครบถ้วนแล้ว แต่ก็มีความจำเป็นต้องตัด เพราะต้นไม้มีขนาดใหญ่ รากกำลังสร้างความเสียหายทั้งทางเท้าและพื้นที่เอกชน แต่วิธีการส่วนใหญ่จะเริ่มจากการตัดแต่ง ล้อมย้าย จนกว่าจะถึงการตัดทิ้ง แต่กรณีนี้จำเป็นต้องตัด เพราะมีขีดจำกัดทั้งพื้นที่และสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย จึงไม่สามารถขุดย้ายออกไปได้ ซึ่งส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจที่ต้องมีการตัด แต่เมื่อตัดไปแล้วก็พร้อมจะปลูกทดแทนใหม่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม

      ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบรายงานว่า มีผู้ร้องเรียนในลักษณะเดียวกันอีก 1-2 ราย แต่จะต้องพิจารณาการดำเนินการอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรกับคำร้องเหล่านั้น ยืนยันว่าการตัดจะเป็นทางออกสุดท้าย พร้อมยอมรับว่า การตัดต้นไม้หนึ่งต้นคือกรอบหน้าที่ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอนุญาตไว้ในระเบียบ แต่มีระเบียบวิธีดำเนินการรองรับ ไม่ใช่จบที่การตัดอย่างเดียว เว้นแต่มีอุปสรรคทำให้ล้อมย้ายไม่ได้

Reviews

  • Total Score 0%
User rating: 0.00% ( 0
votes )


Related articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *